CH เดินหน้าปรับกลยุทธ์ไตรมาส 1/69 ต่อยอดวิสัยทัศน์ “Expand Control and Be Known” ขับเคลื่อนองค์กรแบบ Agile and Accelerated Execution เร่งขยายตลาดใหม่ พัฒนาผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภค บริหารต้นทุนเข้มงวด เสริมความแข็งแกร่งธุรกิจระยะยาว รับมือภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน ความไม่แน่นอนทางการค้าจากสงคราม และเงินบาทแข็งตัว
นายประวิทย์ ศรีแสงนาม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจริญอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ CH ผู้ผลิตและจำหน่ายผลไม้และอาหารแปรรูป ได้แก่ ผลไม้อบแห้ง ปลากระป๋อง และขนมเพื่อสุขภาพ เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจไตรมาส 1/2569 บริษัทยังคงต่อยอดวิสัยทัศน์ “Expand Control and Be Known” มุ่งขยายตลาดควบคู่กับการขยายฐานลูกค้า ควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด และสร้างการรับรู้ของแบรนด์ในตลาดโลก โดยขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิด Agile and Accelerated Execution หรือ การดำเนินงานเชิงรุกด้วยความคล่องตัวและรวดเร็ว เพื่อให้สามารถปรับตัวและรับมือต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที
โดยดำเนินงานผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก คือ 1. การกระจายความเสี่ยงทางการตลาด ผ่านการขยายฐานลูกค้าใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ กลุ่มประเทศในยุโรป ซึ่งมีแนวโน้มความต้องการสินค้าอาหารแปรรูปและอาหารเพื่อสุขภาพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลดการพึ่งพาตลาดหลัก ควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนช่องทางจำหน่ายในประเทศผ่าน Modern Trade และช่องทางออนไลน์ รวมถึงการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ ยกระดับการรับรู้แบรนด์ในระดับสากล สร้างโครงสร้างรายได้ที่สมดุลและลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้
การพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่องตลอดปี 2569 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ปลากระป๋องและขนมเพื่อสุขภาพ รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่และแนวโน้มสินค้าสุขภาพที่เติบโต กลยุทธ์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพิ่มความหลากหลายของสินค้า ขยายฐานลูกค้าใหม่ และเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ
การบริหารต้นทุน สภาพคล่อง และการลงทุนเชิงกลยุทธ์ ให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนและสภาพคล่องอย่างรอบคอบ โดยเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต ควบคุมค่าใช้จ่าย และบริหารจัดการวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ รักษาความสามารถในการทำกำไร ขณะเดียวกัน ยังพิจารณาการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตและการจัดเก็บวัตถุดิบ เพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ และรองรับการเติบโตในอนาคต
นอกจากนี้ บริษัทมีแผนลงทุนในที่ดินและขยายห้องเย็นเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารวัตถุดิบในฤดูกาลหลัก ลดต้นทุนสินค้าขายในระยะยาว และรองรับการเติบโตของคำสั่งซื้อในอนาคต ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจตามหลกั ESG อย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ แม้สถานการณ์ความขัดแย้งและความตึงเครียดในหลายภูมิภาคของโลกจะส่งผลต่อเศรษฐกิจและการค้าโลก แต่ก็ยังคงสะท้อนถึงความต้องการอาหารสำรองที่เพิ่มขึ้นในหลายประเทศ ซึ่งประเทศไทยในฐานะครัวโลก จึงได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นไปด้วย
“สถานการณ์โลกในปัจจุบันทำให้หลายประเทศให้ความสำคัญกับการสำรองอาหารสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าอาหารที่สามารถเก็บรักษาได้นานและพร้อมทาน ซึ่งถือเป็นโอกาสของบริษัทในการขยายฐานลูกค้าใหม่ในภูมิภาคต่างๆ พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลก” นายประวิทย์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม บริษัทให้ความระมัดระวังต่อปัจจัยเสี่ยงทางธุรกิจจากสถานการณ์ความไม่สงบและความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ไม่ว่าจะเป็นอัตราแลกเปลี่ยน ต้นทุนวัตถุดิบ และมาตรการทางการค้าของแต่ละประเทศ ดังนั้น CH จึงให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบด้าน และได้วางแนวทางรับมือต่อสถานการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ และห่วงโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับความท้าทายของสถานการณ์โลก และรักษาเสถียรภาพของธุรกิจและสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
สำหรับผลประกอบการงวดปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 1,704.72 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 17.82 ล้านบาท เป็นผลจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอนด้านนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา (Reciprocal Tariff) รวมถึงความผันผวนของค่าเงินบาทที่ทยอยแข็งค่าในช่วงเวลาดังกล่าว